กรมฯ เผยยอดหลังปิดเทรดงานแฟร์ Thailand Health & Beauty Show 2009
แจงทิศทางมูลค่าเจรจาการค้าตลอดปีสะพัดกว่า 80 ล้านบาท
งานแสดงสินค้าในธุรกิจสุขภาพและความงาม
Thailand Health & Beauty Show 2009 (THAILAND HBS 2009) จัดขึ้นโดย กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับองค์กรภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นับเป็นอีกมาตรการในการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศซึ่งเป็นการผนึกกำลังครั้งใหญ่ด้านสินค้าและบริการในธุรกิจสุขภาพและความงามครบวงจร อาทิ ธุรกิจสปา เสริมสวย นวดเสริมความงาม ลดน้ำหนัก นวดแผนไทย ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ธุรกิจ ทันตกรรม ผลิตภัณฑ์ยา อาหารสุขภาพ สมุนไพร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณ เส้นผม ผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนในธุรกิจสุขภาพและความงามในประเทศ อีกทั้งยังเป็นการเปิดช่องทางการเจรจาการค้ากับต่างชาติอีกด้วย
ทั้งนี้มีการใช้พื้นที่จัดแสดงงานภายในรอยัลพารากอนฮอลล์ สยามพารากอน จำนวน 7,500 ตารางเมตร ประกอบด้วยผู้เข้าร่วมงาน(Exhibitors) 316 คูหา หรือ 181 บริษัท แบ่งเป็น ผู้เข้าร่วมงาน ในประเทศ 309 คูหา หรือ 175 บริษัท และผู้เข้าร่วมงานต่างประเทศ 7 คูหา หรือ 6 บริษัท ซึ่งล้วนเป็นผู้ประกอบการชั้นนำในธุรกิจสุขภาพและความงามโดยเฉพาะ
สรุปผลหลังจากปิดเทรดงานแสดงสินค้าและบริการสุขภาพและความงาม 2552 ในวันเจรจาการค้า ยอดผู้เข้าชมงานทั้งสิ้น จำนวน 2,763 ราย แบ่งเป็น ผู้เข้าชมงานในประเทศ 2,387 ราย และผู้เข้าชมงานจากต่างประเทศทั้งสิ้น จำนวน 376 ราย ประกอบด้วย คณะผู้แทนการค้าจากผู้เข้าชมงานนักธุรกิจ โดยนักธุรกิจต่างประเทศที่เดินทางมาชมงานมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ คือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินเดีย เยอรมนี มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา จีน อิสราเอล ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ตามลำดับ และในวันขายปลีก รวมผู้เข้าชมงานทั้งสิ้น 5,325 ราย
ปีนี้ซึ่งได้มีการกำหนดให้วันที่ 5 - 6 มิถุนายน 2552 เป็นวันเจรจาธุรกิจ และ วันที่ 7 มิถุนายน 2552 เป็นวันจำหน่ายปลีก ขณะที่ปีที่แล้วซึ่งมีระยะเวลาการจัดงานยาวนานกว่า โดยกำหนดให้เป็นวันเจรจาธุรกิจ 3 วัน และ วันจำหน่ายปลีก 2 วัน ส่งผลให้ยอดรวมเมื่อเทียบกับปี 2551 ปรับมูลค่าลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานล้วนให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่าขนาดและสถานที่จัดงานนั้นเหมาะสมกับรูปแบบของธุรกิจสุขภาพและความงาม อีกทั้งลูกค้าที่เข้าชมงานล้วนเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีศักยภาพในการต่อยอดธุรกิจ ซึ่งคาดว่าภายในระยะเวลา 1 ปี มูลค่ามวลรวมของการเจรจาการค้าที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องจากงานดังกล่าว จะสูงถึง 81.16 ล้านบาท
ด้าน
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการส่งออกในปี 2552 ว่า “ไม่เพียงแต่ธุรกิจส่งออกสินค้าสุขภาพและความงาม แต่ในธุรกิจส่งออกอื่นๆ ก็ยังคงมีความเสี่ยงติดลบสูง ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ขอมาตรการกระตุ้นการส่งออกจากรัฐบาล และเร่งดำเนินการได้ในไตรมาส 3 ของปีนี้ แต่หากมาตรการต่างๆ ไม่ได้รับการช่วยเหลือก็มีสิทธิ์ที่การส่งออกปีนี้จะติดลบสูงถึง 19% นอกจากนี้คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับมาฟื้นตัวช่วงปลายปีนี้ ซึ่งไทยจะได้รับผลดีทำให้การส่งออกกลับมาฟื้นตัวเป็นบวกในปี 2553 ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และการใช้งบประมาณเพิ่มเติมจากงบปกติ ที่ใช้กระตุ้นการบริโภคภายในและเพิ่มการส่งออกในปีงบประมาณ ปี 2553 แล้ว”
อย่างไรก็ตามยอดขายปลีกที่เกิดขึ้น มีจำนวนทั้งสิ้นรวม 2.07 ล้านบาท โดยสินค้าที่ได้รับความสนใจมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สปา เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพและความงาม ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เส้นผม และน้ำมันหอมระเหยตามลำดับ ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการส่งออกคาดว่าจะสามารถผลักดันสินค้าในธุรกิจสุขภาพและความงามเติบโตขึ้นในไตรมาสต่อไป โดยเน้นด้านคุณภาพและบริการระดับเวิล์ดคลาส เนื่องจากเป็นสินค้าที่อยู่ในกระแสความต้องการของตลาดที่มีโอกาสเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับสินค้าส่งออกในธุรกิจประเภทอื่น